การเกิดมหาสมุทรแอทแลนติก
3 posters
หน้า 1 จาก 1
การเกิดมหาสมุทรแอทแลนติก
เป็นรูปการเกิดมหาสมุทรแอตแลนติก คงพอจะถูไถไปก่อนได้
กระทู้เดิมลงรูปไว้หลายรูป เลยเปิดใหม่ซะเลย
เมื่อ 200 ล้านปีที่แล้ว มหาสมุทรแอตแลนติกยังไม่เกิดขึ้น
นักธรณีวิทยาเชื่่อว่า
ทวีปต่างๆ นั้นยังเชื่อมต่อกันอยู่ รูป (a)
Central Atlantic Ocean กำเนิดขึ้นมาเมื่อประมาณ 150 ล้านปีที่แล้ว
เมื่อทวีป
อเมริกาเหนือแยกตัวออกจากอัฟริกาช่องว่างที่ทวีปเลื่อนออกไปก็เกิดเป็น
มหาสมุทร
ในขณะเดียวกันทวีปอเมริกาใต้ก็แยกตัวออกมาจาก Africa เช่นกัน ดังรูป (b)
และมหาสมุทรก็ขยายวงกว้าไปเรื่อยๆ ถึงกรีนแลนด์ (c) และเป็นดังปัจจุบันนี้
(d)
[You must be registered and logged in to see this image.]
บางคนอาจจะสงสัยว่ามหาสมุทรนั้นขยายได้อย่างไร?
ใต้พื้นมหาสมุทรนั้นเป็นที่ๆ มหัศจรรย์อีกที่หนึ่ง
แบบว่าแปลกไม่เหมือนใคร...อะไรประมาณนั้น
ที่สำคัญ มีตำแหน่งหนึ่งที่ ผิวโลกชั้นใน (Earth's Mantle -
จำศัพท์ภาษาไทยไม่ได้
อย่างกระทันหัน) ซึ่งเป็นของเหลวใหลวนมาใกล้ผิวโลก
บริเวณนี้ภาษาอังกฤษเรียกว่า
mid-ocean ridge ภาษาไทยเรียกว่าอะไร(วะ)เปี้ยว?
เจ้าบริเวณนี้แหละที่ทำให้เกิดพื้นมหาสมุทรใหม่ๆ ขึ้นมาเรื่อยๆ
ดันพื้นมหาสมุทรให้กว้างขึ้น
ของเหลวชั้นในของโลกนั้นมีอุณหภูมิสูง นึกภาพเวลาต้มน้ำร้อน
น้ำข้างล่างที่มีอุณหภูมิสูงกว่า
ก็จะลอยขึ้นมาข้างบน ส่วนที่เย็นกว่าก็ใหลวนลงไปข้างล่างทำนอนนั้น
ราวๆ ปี 1960 นักธรณีวิทยาชาวอเมริกันชื่อ Harry Hess
นายHessคนนี้แกเคยเป็นทหารเรือในสมัยสงครามโลกครั้งที่2
รบกับญี่ปุนในมหาสมุทรแปซิฟิก ในขณะรบอยู่ก็อาศัยโอกาศศึกษาก้นมหาสมุทรด้วย
ไม่ได้หมายความว่าเรือของแกโดนตอปิโดญี่ปุ่นจมไปก้นทะเลนะ นายHess
แกใช้เรดาห์
ของเรือรบสำรวจก้นทะเลต่างหาก ที่ Hess สังเกตุพบก็คือ
หินที่รองใต้พื้นของมหาสมุทร
นั้นแตกต่างกับชั้นหินที่รองรับพื้นโลกบนพื้นทวีป ที่แน่ๆ
คือมันมีความหนาแน่นมากกว่า
(เหตุผลหนึ่งก็เพราะว่ามันอยู่ในระดับที่ลึกกว่า?
ตามทฤษฎีนั้นเปลือกโลกชั้นนอก
เปรียบเหมือนของแข็งที่ลอยอยู่บนพื้นของแหลว เหมือนเรือลอยอยู่บนน้ำ
ส่วนที่หนักกว่า-หนาแน่นมากกว่า-ก็ย่อมจมลงลึกกว่าเป็นธรรมดา)
Hess อธิบายต่อว่า....
เนื่องจากการที่หินละลายร้อน (Hot mantle)โผล่ขึ้นมาเรื่อยๆ ตามแนวของ
mid-ocean ridge สักพักมันก็จะเย็นตัวลงเกิดเป็นพื้นมหาสมุทร และ ค่อยๆ
เคลื่อนตัวออกห่างจาก mid-ocean ridge เรื่อยๆ ด้วยอัตตราประมาณ
1500กิโลเมตร ต่อ 150 ล้านปี และในขณะเดียวกันกับที่มันค่อยๆเลื่อนตัวอก
มันก็ค่อยๆ จมลงด้วย (เพราะมันหนัก) หลักฐานที่ว่ามันจมนั้นคือภูเขาหัวตัด
ที่มีให้เห็นทั่วไปใต้พื้นมหาสมุทรแปซิฟิก....
ภูเขาพวกนี้เมื่อก่อนเป็นเกาะมาก่อน
แต่เมื่อพื้นใต้ทะเลต่ำลงเรื่อยๆ มันก็เลยจมลง
และแรงดันของน้ำก็ทำให้มันหัวแบน
อย่างที่เห็นในรูปครับ
เจ้าพื้นมหาสมุทรที่เลื่อนตัวเรื่อยๆ นั้นพอมาถึงใกล้ชายฝั่ง
มันก็จะมุดตัวลงใต้พื้นทวีป
เกิดเป็นปรากฎการณ์ที่เรียกว่า Subduction
แผ่นพื้นมหาสมุทรก็จะจมลงไปอยู่ใน
ชันหินละลายอีกครั้ง
สรุปก็คือ เกิดพื้นทะเลใหม่ที่กลางมหาสมุทร
แล้วก็ดันพื้นทะเลเก่าให้มาชนแผ่นดิน
เมื่อมันชนกันก็จะมุดลงไปใต้โลกและถูกความร้อนหลอมละลายไป
เกิดอย่างนี้เป็นวัฐจักร
ความคิดของ Hess ก็พัฒนาต่อมาเป็นทฤษฎี Plate Tectonics ครับผม
[You must be registered and logged in to see this image.]
ส่วนภาพตรงมุมล่างก็คือปรากฎการณ์ Convection
ของเหลวร้อนก็ใหลวนมาข้างบน ส่วนที่อยู่ข้างบนก็วนไปข้างล่าง
เลยทำให้ผิวหน้าเลื่อนตัวออกจากกัน
กระทู้เดิมลงรูปไว้หลายรูป เลยเปิดใหม่ซะเลย
เมื่อ 200 ล้านปีที่แล้ว มหาสมุทรแอตแลนติกยังไม่เกิดขึ้น
นักธรณีวิทยาเชื่่อว่า
ทวีปต่างๆ นั้นยังเชื่อมต่อกันอยู่ รูป (a)
Central Atlantic Ocean กำเนิดขึ้นมาเมื่อประมาณ 150 ล้านปีที่แล้ว
เมื่อทวีป
อเมริกาเหนือแยกตัวออกจากอัฟริกาช่องว่างที่ทวีปเลื่อนออกไปก็เกิดเป็น
มหาสมุทร
ในขณะเดียวกันทวีปอเมริกาใต้ก็แยกตัวออกมาจาก Africa เช่นกัน ดังรูป (b)
และมหาสมุทรก็ขยายวงกว้าไปเรื่อยๆ ถึงกรีนแลนด์ (c) และเป็นดังปัจจุบันนี้
(d)
[You must be registered and logged in to see this image.]
บางคนอาจจะสงสัยว่ามหาสมุทรนั้นขยายได้อย่างไร?
ใต้พื้นมหาสมุทรนั้นเป็นที่ๆ มหัศจรรย์อีกที่หนึ่ง
แบบว่าแปลกไม่เหมือนใคร...อะไรประมาณนั้น
ที่สำคัญ มีตำแหน่งหนึ่งที่ ผิวโลกชั้นใน (Earth's Mantle -
จำศัพท์ภาษาไทยไม่ได้
อย่างกระทันหัน) ซึ่งเป็นของเหลวใหลวนมาใกล้ผิวโลก
บริเวณนี้ภาษาอังกฤษเรียกว่า
mid-ocean ridge ภาษาไทยเรียกว่าอะไร(วะ)เปี้ยว?
เจ้าบริเวณนี้แหละที่ทำให้เกิดพื้นมหาสมุทรใหม่ๆ ขึ้นมาเรื่อยๆ
ดันพื้นมหาสมุทรให้กว้างขึ้น
ของเหลวชั้นในของโลกนั้นมีอุณหภูมิสูง นึกภาพเวลาต้มน้ำร้อน
น้ำข้างล่างที่มีอุณหภูมิสูงกว่า
ก็จะลอยขึ้นมาข้างบน ส่วนที่เย็นกว่าก็ใหลวนลงไปข้างล่างทำนอนนั้น
ราวๆ ปี 1960 นักธรณีวิทยาชาวอเมริกันชื่อ Harry Hess
นายHessคนนี้แกเคยเป็นทหารเรือในสมัยสงครามโลกครั้งที่2
รบกับญี่ปุนในมหาสมุทรแปซิฟิก ในขณะรบอยู่ก็อาศัยโอกาศศึกษาก้นมหาสมุทรด้วย
ไม่ได้หมายความว่าเรือของแกโดนตอปิโดญี่ปุ่นจมไปก้นทะเลนะ นายHess
แกใช้เรดาห์
ของเรือรบสำรวจก้นทะเลต่างหาก ที่ Hess สังเกตุพบก็คือ
หินที่รองใต้พื้นของมหาสมุทร
นั้นแตกต่างกับชั้นหินที่รองรับพื้นโลกบนพื้นทวีป ที่แน่ๆ
คือมันมีความหนาแน่นมากกว่า
(เหตุผลหนึ่งก็เพราะว่ามันอยู่ในระดับที่ลึกกว่า?
ตามทฤษฎีนั้นเปลือกโลกชั้นนอก
เปรียบเหมือนของแข็งที่ลอยอยู่บนพื้นของแหลว เหมือนเรือลอยอยู่บนน้ำ
ส่วนที่หนักกว่า-หนาแน่นมากกว่า-ก็ย่อมจมลงลึกกว่าเป็นธรรมดา)
Hess อธิบายต่อว่า....
เนื่องจากการที่หินละลายร้อน (Hot mantle)โผล่ขึ้นมาเรื่อยๆ ตามแนวของ
mid-ocean ridge สักพักมันก็จะเย็นตัวลงเกิดเป็นพื้นมหาสมุทร และ ค่อยๆ
เคลื่อนตัวออกห่างจาก mid-ocean ridge เรื่อยๆ ด้วยอัตตราประมาณ
1500กิโลเมตร ต่อ 150 ล้านปี และในขณะเดียวกันกับที่มันค่อยๆเลื่อนตัวอก
มันก็ค่อยๆ จมลงด้วย (เพราะมันหนัก) หลักฐานที่ว่ามันจมนั้นคือภูเขาหัวตัด
ที่มีให้เห็นทั่วไปใต้พื้นมหาสมุทรแปซิฟิก....
ภูเขาพวกนี้เมื่อก่อนเป็นเกาะมาก่อน
แต่เมื่อพื้นใต้ทะเลต่ำลงเรื่อยๆ มันก็เลยจมลง
และแรงดันของน้ำก็ทำให้มันหัวแบน
อย่างที่เห็นในรูปครับ
เจ้าพื้นมหาสมุทรที่เลื่อนตัวเรื่อยๆ นั้นพอมาถึงใกล้ชายฝั่ง
มันก็จะมุดตัวลงใต้พื้นทวีป
เกิดเป็นปรากฎการณ์ที่เรียกว่า Subduction
แผ่นพื้นมหาสมุทรก็จะจมลงไปอยู่ใน
ชันหินละลายอีกครั้ง
สรุปก็คือ เกิดพื้นทะเลใหม่ที่กลางมหาสมุทร
แล้วก็ดันพื้นทะเลเก่าให้มาชนแผ่นดิน
เมื่อมันชนกันก็จะมุดลงไปใต้โลกและถูกความร้อนหลอมละลายไป
เกิดอย่างนี้เป็นวัฐจักร
ความคิดของ Hess ก็พัฒนาต่อมาเป็นทฤษฎี Plate Tectonics ครับผม
[You must be registered and logged in to see this image.]
ส่วนภาพตรงมุมล่างก็คือปรากฎการณ์ Convection
ของเหลวร้อนก็ใหลวนมาข้างบน ส่วนที่อยู่ข้างบนก็วนไปข้างล่าง
เลยทำให้ผิวหน้าเลื่อนตัวออกจากกัน
Re: การเกิดมหาสมุทรแอทแลนติก
โห
สุดยอด
สุดยอด
jane_kingkan- อัลโกบาเลโน่
- โพสต์แล้ว : 1200
Points : 9994515
เปลวเพลิง : 63
วันเกิด : 17/03/1996
เข้าร่วม : 15/06/2010
Age : 28
ที่อยู่ : นามิโมริ
อาชีพ : นักฆ่า
ชื่อเล่น : jane
เหรีัยญ :
Re: การเกิดมหาสมุทรแอทแลนติก
โลกนี้ช่างน่ามหัศจรรย์
elike2010- จบการศึกษามาเฟีย
- โพสต์แล้ว : 706
Points : 710
เปลวเพลิง : 4
วันเกิด : 13/10/1992
เข้าร่วม : 31/07/2010
Age : 32
ที่อยู่ : พเนจร
อาชีพ : นักฆ่าอันดับ 2
ชื่อเล่น : AnGle OF Death
หน้า 1 จาก 1
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ